The Impossible และ ปราจีน ทรงเผ่า (ซ้ายสุด)
The Impossible และ ปราจีน ทรงเผ่า (ที่สองจากซ้าย)
The Impossible และ ปราจีน ทรงเผ่า (บนสุด)
The Impossible และ ปราจีน ทรงเผ่า (ที่สองจากขวา)
The Impossible และ ปราจีน ทรงเผ่า (ซ้ายสุด)

ประวัติ อาจารย์ ปราจีน ทรงเผ่า

อาจารย์ ปราจีน ทรงเผ่า ชื่อเล่น ปุ๊
เกิด 10 ธันวาคม 2489 ที่จังหวัดปราจีนบุรี
จบมัธยมปลายจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย
เริ่มเรียนดนตรีขณะเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี โดยเรียนกับครู แสวง จาตะกวร เริ่มเล่นดนตรีอาชีพทันทีที่จบ ม. 6 ด้วยการเป็นนักดนตรีรับจ้างตาม ต่างจังหวัด ก่อนที่จะพบกับเศรษฐา ศิระฉายา และได้รับการชักชวนให้เข้าวง The Impossible ในปี 2513 ซึ่งวง The Impossible ชนะเลิศในงานประกวดวง ดนตรีสตริงคอมโบถึง 3 สมัยซ้อน และเป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หลัง Im สลายตัวในปลายปี 2519 อาจารย์ปราจีน ได้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อ The Hot Peppers และคณะนักร้องประสานเสียงชื่อเดียวกัน จนได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี และได้รับจ้างทำงานดนตรีตลอดมา

อาจารย์ปราจีน ได้รับรางวัลมากมายทั้งพระสุรัสวดี สุพรรณหงส์ทองคำ แผ่นเสียงทองคำ เสาอากาศทองคำ ในฐานะผู้เรียบเรียงเสียงประสานยอดเยี่ยม เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์เมื่อปี 2530 และกรรมการบริษัทลิขสิทธิ์ดนตรีจำกัด เป็นผู้ชำนาญในการเรียบเรียงเสียงประสานในแบบบิ๊คแบด์(Big Band) มากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย จนได้รับฉายาในวงการว่า "คิง ออฟ บิ๊คแบนด์"

"ในความเห็นของพวกเราชาว Sight Scent and Sound อาจารย์ปราจีน ทรงเผ่า เป็นผู้ซึ่งมีความรู้ด้านดนตรีสูงมาก แม้ไม่เคยเรียนต่อในสถาบันดนตรีที่ไหน แต่นิสัยช่าง จดจำ และขยันหาความรู้ของท่านมีไม่เคยสิ้นสุด ล่าสุดเป็นอย่างไร ในสมัยวัยรุ่นน่าจะมากกว่านี้หรือไม่น้อยไปกว่า ความเห็นของพวกเราคือท่านคือผู้หนึ่งที่สมควร และมีคุณ สมบัติได้รับการ ยกย่องให้ได้รับปริญญาดิษฎีบันฑิตกิติมศักดิ์ สูงสุดเท่าที่เมืองไทยจะให้ได้แก่ท่านทีเดียว"

"การลงประวัติตัวท่านเองในหนังสือสรุปล่าสุดของ The Impossible ท่านลงไว้ว่าความรู้สูงสุดที่จบคือมัธยมปลาย นั่นเป็นการแสดงความรู้สึกถ่อมตัว และความภูมิใจของ ท่านในเวลาเดียวกัน ในตลอดชีวิต ท่านไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้และความรู้ของท่านก็มากขึ้นกว่าสมัยจบจากชั้นมัธยมปลาย มากล้นทวีคูณ และจะยังคงมากมายตลอดไปหากท่านไม่ จบสิ้นชีวิตเสียก่อน"

"การไข่วคว้าหาความรู้ของท่าน อยู่ในยุคที่ค้นความความรู้ยากกว่าในสมัยนี้หลายร้อยหลายพันเท่า ท่านสั่งตำราเรียนจากเมืองนอก ไปรับตำราเรียนเหล่านั้นที่ท่าเรือ (นี่เป็นเรื่อง ที่ผมเคยได้ยินท่านเล่าเอง) อะไรหลายอย่าง กว่าจะแปลได้ก็ลำบากเหลือเกิน ท่านจะมีสมุดบันทึกประจำตัวไว้สำหรับจดอะไรใหม่ ๆที่ได้เรียนรู้ ทำวงแบบนี้ เขียนอะไรแล้วได้ผล ทำอะไรแล้วไม่ได้ผล มีคนเล่าให้ฟังเรื่องนั้นเรื่องนี้ ท่านก็จะจดบันทึกไว้สำหรับไปค้นคว้าต่อไป" Sight Scent and Sound Group:

"ขอแสดงความเคารพ ต่อบุคคลคนแรกของผม ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจมาตั้งแต่ผมยังเด็ก ในสมัยที่ไม่มีอะไรเลยจนกระทั่งทุกวันนี้ และก็เสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสได้บอกกับท่านเป็น การส่วนตัว เพราะโดยส่วนใหญ่ผมก็มักจะพูดจาทะลึ่งตึงตัง พูดเล่นกับท่านเสียมาก ลามปามเกินไปเสียบ่อย เวลาอื่นก็คือคุยกันเรื่องวิชาการว่ามีอะไรใหม่ ๆ สนุก ๆ มาให้พวกเราเล่น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ท่านมักจะถามว่า "นก เคยใช้หรือเปล่า เป็นยังไง คนเขาบอกว่าดีแต่ผมยังไม่เคยใช้" เรื่องที่พูดกับท่าน นอกจากเรื่องเล่น และเรื่อง เทคนิคก็ไม่เคยมีเรื่องอื่นอีกเลย และเนื่องจากล่าสุดได้ข่าวว่าท่านล้มป่วย และกลับมาขยันแข็งแรงเป็นอย่างดี ท่านอยู่ที่ลาดพร้าวเหมือนกัน สักวันหนึ่งกะจะไปเยี่ยมท่าน และบอก อะไรในใจที่ไม่เคยบอกได้ เพื่อให้ท่านได้รับทราบ แต่ท่านก็มาด่วนจากไปโดยไม่ได้ตั้งตัว เป็นบุญของผม ที่ได้เคยรู้จักและทำงานรับใช้ท่าน บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ของวงการดนตรี ของเมืองไทยอย่างแท้จริง ขอกราบลา และสรรเสริญท่านด้วยความจริงใจ บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งของผม" สำเภา ไตรอุดม