"Sunshine Of My Art" โดย Sight Scent & Sound Group หน้าที่ 2

เดิมทีคนเราจะสามารถร้องเพลงที่เราจำได้ออกมา บางครั้งเพลงเดียวกัน เสียงสูงกว่าบางวันบ้าง หรือบางวันก็ร้องเสียงต่ำกว่าบางวันบ้าง หรือบางที บางคนจำเสียงแม่นได้จากต้นฉบับเพลงเลย คืออาจจะฟังทุกวัน หากลองเปลี่ยนเสียงไปร้องระดับเสียงอื่นแล้ว อาจจะทำให้หลงระดับเสียงได้

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่แปลกอะไร เพราะคนบางคนเกิดมาแล้วจำเสียงบางอย่างได้แม่น บางคนไม่ได้จำเลย แต่อย่างหนึ่งที่ทุกคนที่ร้องเพลงได้ ไพเราะ ก็คือจำอัตราส่วนความห่างจากโน้ตหนึ่งไปยังอีกโน้ตหนึ่งได้ บางคนอาจจะต้องใช้เวลาตั้งหลักหน่อย ถึงจะร้องเพลงต่างระดับเสียง กับที่เคยจำได้ไว้ แต่โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราร้องเพลงได้จากความจำที่เราเรียกว่า "อัตราส่วนระหว่างตัวโน้ต" ได้

ในวิชาการอ่านโน้ตด้วยระบบ Move Do นั้น เป็นวิชาที่ใคร ๆก็สามารถเรียนได้ ไม่ต้องมีพรสวรรค์สูงล้ำ การจำเสียงคีย์เปียโนได้ทุก ๆเสียง จำเป็นที่จะต้องผ่านการฝึกฝนที่มีมาเนิ่นนาน ตั้งแต่เด็กมากกว่าระบบ Move Do ที่ผมกำลังพูดถึง

ระบบ Move Do ใช้ชื่อของโน้ตจริงจังกว่าในเรื่องการจำเสียง คือเรียกว่าพยัญชนะ ของการเรียกตัวโน้ต มีผลมากต่อการอ่าน ซึ่งทำให้ง่ายมากสำหรับคนไทย เพราะคนไทยจะชินกับการจำระดับเสียงของแต่ละคำอยู่แล้ว

ส่วนระบบ Fix Do จะใช้ชื่อเพียงแค่เรียกว่าตัวไหนคือตัวไหนมากกว่า และตัวโน้ต C จะเรียกว่าตัว "โด" เสมอ บางทีไม่ว่า "โดชาร์ป" ก็ยังอ่านโดอยู่เหมือนเดิม(ที่จริงแล้วโดชาร์ปเสียงสูงกว่าโดปกติ)

เพราะฉะนั้นหากจะสรุปให้แม่นแล้วล่ะก็ ระบบ Move Do คือการจำเสียง โด เร มี ฟา ซอล์ ลา ที ฯลฯ เป็นเหมือนกับเพลง ๆหนึ่ง โดยคนไทยอาจจะคิดว่า โด เราต้องร้องว่า "โด่"(มีไม้เอก) เร ร้องว่า เร (เหมือนเดิม) มี ร้องว่า มี้(ใส่ไม้โท) ฟา ร้องว่า ฟ้า(แบบท้องฟ้า) โซ น่าจะออกเสียง โซ้(ไม้โท) ลา อ่านว่า ล้า(ล้าหลัง เหนื่อยล้า) ที อ่านว่า ที๊ ตัวโดสูงอ่านว่า โด้(ไม้โท)

การจำเสียงทำนองของแต่ละโน้ตอย่างคล่องเหมือนเพลงหนึ่ง คล่องมากจนกระทั่ง เราร้องสลับตัวกันไปมาได้ หรือร้องบางตัวซ้ำหลายครั้ง การสามารถสลับได้นี่เอง ทำให้เมื่อเราเจอเพลงอื่น ๆต่อมา เราก็แค่เอาความจำเสียง(แบบพยัญชนะนั้น) เอามาสลับใช้

แต่ขั้นตอนต่อไปในการที่เราจะออกชื่อ โด เร มี ในการ move do นั้นค่อนข้างซับซ้อนหน่อย ระบบนี้ทำให้คน Fix Do หลายคนแขยง ๆนิดหน่อย เพราะว่าจะทำให้ขาดความมั่นใจไปเลยเหมือนกัน

วิธีจำแรกก็คือ Key C โดอยู่ที่ C

Key G โดอยู่ที่ G ส่วนคีย์ Relative minor จะใช้ตัวโน้ต relative major เป็นตัวโดแทน
เช่น คีย์ Am เราจะยังใช้ตัว C ร้องว่า "โด" อยู่ (ไม่ใช่เปลี่ยนไปร้องว่า A เป็นตัว โด แต่อย่างใด(ต้องเคลียร์ เพราะหนังสือหลายเล่มเขียนผิดอยู่))
และจริง ๆเราจะจำว่าตัวลา คือ Tonic ไมเนอร์ของ Key of Am นั่นเอง

หากเป็นคีย์ A major ตัวโด อยู่ที่โน้ต A ตัว Tonic ของ Relative minor คือตัว F# เราจะอ่านตัว F# ว่าเป็นตัว "ลา" ของคีย์นี้นั่นเอง(คีย์ F#minor จะร้องตัว Tonic ของมัน(F#)ว่า "ลา")

เอาล่ะครับ อย่าเพิ่งงงอะไร เพราะว่ามันมีเหตุผลของมันอยู่ และมีขั้นตอนในการฝึกแน่นอน โปรดติดตามต่อไปนะครับ

ผมมักมีข้อเลี่ยงให้คิด คือปกติ ตัว Tonic major ตัว "โด"ในลำดับของสเกลคือตัวที่ 1 ตัว "เร" คือตัวที่ 2 ของสเกล ตัว "มี" คือตัวที่ 3 ของสเกล ตัว "ฟา" คือตัวที่ 4 ของสเกล ตัว "ซอล" คือตัวที่ 5 ของสเกล ฯลฯ และต่อ ๆไป หากคุณเป็นคนเล่นกีต้าร์อยู่แล้ว และชอบเปลี่ยนคีย์ ไปเล่นในคีย์อื่นอยู่แล้ว จะเริ่มเข้าใจไอเดียแล้วล่ะ

ข้อดีของการเป็นพวก Move Do ก็คือ เมื่อฝึกฝนจนคล่องแคล่วแล้ว คุณจะอ่านสกอร์ของวงดุริยางค์ ที่มีเครื่องดนตรีต่าง คีย์กันได้อย่างดี และใช้เวลาน้อยได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในเพลงคีย์ Bb

Piano ซึ่งเป็นเครื่องปกติ จะเล่นด้วยคีย์ Bb
click play เพื่อฟังเสียงเปียโน คีย์ Bb
เมื่อเปียโนเห็นโน้ตต่อไปนี้
 
วิธีอ่าน sight singing แบบ move do อ่านว่า
โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด ตามลำดับ

ส่วน Trumpet ซึ่งเป็นเครื่อง Bb ต้องอ่านคีย์ C จึงจะได้ระดับเสียงเดียวกันกับเปียโน (อย่าลืมคลิกฟัง ทั้งเสียง Piano และ Trumpet )
click play เพื่อฟังเสียงTrumpet เห็นโน้ตคีย์C
เมื่อTrumpet เห็นโน้ตต่อไปนี้
 
 
 

ส่วน Trumpet ซึ่งเป็นเครื่อง Bb(เป็นเครื่อง transpose)จะเล่นเพลงเดียวกันกับเปียโนด้วยคีย์ C ใช่แล้วครับ ไม่ผิดหรอก และหากคุณเป็นคนอ่าน Move Do ได้ ก็อ่านทั้งโน้ต Piano และ Trumpet Bb ไปได้พร้อม ๆกันด้วยความเข้าใจ

นอกจากนี้ เครื่องดนตรีอื่นอีกล่ะ เช่น clarnet Bb ก็จะอ่านโน้ตคีย์เดียวกับ Trumpet Bb ส่วน Tenor Saxophone จะอ่านคีย์เดียวกัน แต่ได้เสียงต่ำกว่าคู่แปด คือนอกจากจะ transpose โน้ตแล้ว ยังจะ Transpose คู่แปดอีกด้วย นั่นแสดงว่า หากเอา Trumpet Bb กับ Tenor Saxophone มาอ่านโน้ต Trumpet Bb จะกลายเป็นเสียงเพลงที่เป็นทำนองเดียวกัน แต่ต่าง octave (คู่แปด) ฟังเหมือนผู้หญิงกับผู้ชายร้องเพลงพร้อมกันนั่นล่ะครับ ถ้าสงสัยล่ะก็คลิกฟังด้านล่างนี้ได้เลยครับ

เมื่อเอาโน้ตเพลง ของ Trumpet มาเล่นร่วมกับ Tenor Saxophone จะได้เสียงแบบนี้
click play Trumpet & Tenor Sax.
เมื่อTrumpet และ Tenor Sax เห็นโน้ตนี้
 
 
 

การอ่านโน้ตเบื้องต้น ตามหลักสูตรของโคดาย (Kodaly) นั้นขั้นแรกเขาจะให้เข้าถึงตัวโน้ตสองตัวของสเกลก่อน โดยเขาเริ่มที่ Key of D major ก่อนเลย ตัวโน้ตสองตัวแรกคือ D และ E ซึ่งจะถูกอ่านว่า "โด" กับ "เร"(พวก fix do อ่านว่าเร กับ มี นั่นล่ะ) โน้ตตัว ที่ 1 และ 2 ของสเกล ห่างกันหนึ่งเสียงพอดี (หน่วยเล็กสุดคือครึ่งเสียง) ทั้งนี้หมายความถึงทุก ๆคีย์ที่เป็นเมเจอร์สเกลหมดนะครับ มาดูแบบฝึกหัดที่ 1 กันก่อนเลยครับ ข้างล่างนี้
ตัวโน้ตตัวแรกที่เห็นอยู่ใต้เส้นที่ 1 บนคียเปียโนคือตัว D ตัวต่อไปคาบเส้นที่ 1(นับจากล่างไปหาบน)คือตัว E ต่อไป E,D,E,E,E หยุด 1 จังหวะ ต่อไป E,D,D,E,D,D,D หยุด 1 จังหวะ แล้วจบแบบฝึกหัด

ลองมาอ่านตามกันนะครับ ตามลำดับเราจะร้องว่า do,ray,ray,do,ray,ray,ray หยุด ray,do,do,ray, do,do,do หยุด (อย่าลืมชี้แต่ละตัวตามไปด้วย) ลักษณะตัวโน้ตที่เป็นถั่วงอกสีดำ หัวดำ หมายถึงค่า 1 จังหวะ(ของ meter 2/4 ที่เห็นด้านซ้าย) ตัวเลข 2 หมายถึงห้องละ 2 จังหวะ (จึงทำให้ใส่ตัวถั่วงอกได้ห้องละ 2 ตัวเท่านั้น หรือใส่ตัวหยุดตัวละ 1 จังหวะได้สองตัว หรือ ถั่วงอกดำ 1 บวก ตัวหยุด 1 ตัวได้ :คือเรื่อง คำว่า "จังหวะ"ในที่นี้ เรียกว่าเป็นหน่วยของเวลา โน้ต 1 จังหวะ หรือ ตัวหยุด 1 จังหวะ จะมาค่าของเวลาเท่ากัน)

จะมีดนตรีไกด์ให้นะครับ ฟังแล้วร้องชื่อตามให้ถูกต้อง อย่าลืมที่จะฝึกร้องปากเปล่า ให้ชินกับระดับเสียง ไกด์ดนตรีมีไว้เพื่อการฝึกซ้อมเท่านั้นครับ ดนตรีจะเคาะ "ห้องเปล่า" มา 1 ห้อง (จะเป็นเสียงเคาะเท่านั้น 2 ครั้งนั่นเอง) รอบที่ยังไม่ค่อยชินนัก อาจจะท่องว่า "หยุด"ตอนเห็นเครื่องหมายหยุดด้วยก็ได้ ครูบางท่านเคยสอนให้ออกเสียงว่า "อึ้ง" ก็เข้าท่าไม่เลวครับ
ครับ เน้นอีกครั้ง อย่าลืมที่จะหัดแบบปากเปล่ามาก ๆด้วย

ต่อไป ข้อที่ 2 นะครับ มีเครื่องหมายที่ห้องที่ 3 เรียกว่าเครื่องหมาย Repeat "รีพีท" หรือเครื่องหมาย ย้อน หรือ เครื่องหมายให้กลับไปซ้ำ ในที่นี้เมื่ออ่านไปเจอเครื่องหมายย้อน ก็แค่กลับไปต้นข้อ (เครื่องหมายหยุดดูเป็นลักษณะ จุดสองจุด แล้วมีเส้นเล็ก ต่อด้วยเส้นใหญ่ ในที่นี้จะเห็นว่า จุดจะอยุ่ด้านซ้าย ก็คือให้ย้อนไปทางซ้าย 1 รอบ)

ลำดับโน้ตมีดังนี้ Do, Ray, Ray,Ray,Ray,Do, do, ray, ray,ray,ray,do: ,Ray,Ray,Ray,Do,Ray,Ray :,Ray,Do,Ray,Ray,Do,Do(แถวนี้ ไม่ต้องหัดอ่านตามหรอก หากเริ่มมองตัวโน้ตเข้าใจแล้ว อ่านตัวถั่วงอกและตำแหน่งของมันเข้าใจกว่าครับ)
มาหัดอ่านตามเสียงไกด์ พร้อมห้องเปล่า 1 ห้อง( 2 คลิก)ข้างล่างนี้เลยครับ
หากอ่านไม่ครบ ให้ทบทวนว่า ห้อง 1-3 เราอ่านสองรอบนะครับ หากผิดก็ไม่ต้องห่วงเขาก็อ่านผิดกันบ่อย สำคัญว่ามีสมาธิในการไล่สายตาไปตามโน้ตต่าง ๆอย่างไม่คลาดสายตาครับ

ข้อต่อไป จะมีตัวจังหวะย่อยของ 1 จังหวะเข้ามาให้ห้องเพลงที่ 2 จังหวะแรกเลย เป็นตัวโน้ตสองตัวโยงเข้าไว้ด้วยกัน สองตัวนั้น วิธีนับตอนผมหัดอ่านโน้ตเองที่บ้าน ผมใช้การเคลื่อนไหวของการตบเท้าเป็นตัวช่วยคิด 1 จังหวะประกอบไปด้วยตบเท้าลงและยกเท้าขึ้น ตัวครึ่งจังหวะก็เหมือนกับว่าตอนตบเท้าลง มี 1 โน้ตแน่ ๆ(พร้อมกับที่เคยนับปกติ) แต่เพิ่มพิเศษคือตอนยกเท้าขึ้นจะมีตามมาอีก 1 ตัว หวังว่าจะเข้าใจนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม อ่านตามเพลง เดี๋ยวก็ Get แล้วครับ สำหรับห้องรองสุดท้าย โน้ตทั้งหมดจะเป็นตัวละครึ่งจังหวะหมด คือเรียกว่า 4 ตัวในสองจังหวะ คิดเหมือนแบ่งเค็กนั่นละครับ เรามีตบเท้าขึ้นลง สองจังหวะ ก็คือตบเท้าขึ้น ลง รวมกันสี่ครั้งพอดี เหมือนจำนวนโน้ตเลย

เริ่มตนข้อ อ่านว่า Do,Do, DoRayDo...และต่อไปน่าจะรู้แล้วนะครับ
ฟังไกด์แล้วอ่านไปด้วยนะครับ
และอีกครั้ง อย่าลืม เมื่ออ่านคล่องแล้วอ่านปากเปล่า อย่าลืมว่าแบบฝึกหัด มีไว้เพื่อให้เราชินกับโน้ตตัวที่ 1 และ 2 ของสเกลว่าห่างกันเท่าไร โด เร จะห่างกันแบบนี้เสมอ

มีลูกศิษย์บางคนที่เขาเรียน Orchestration ถามมาว่า ทำไมเครื่องดนตรีทั้งหลายถึงไม่ทำเป็นเครื่อง C ให้หมด ผมก็ตอบว่า ความจริงเขาก็พยายามแล้วนะ จะบอกให้ คือตัวเครื่องและการสร้าง เขาเปลี่ยนไม่ได้ เขาก็เลยฝึกให้จำโน้ตแบบ Transpose เสียเลย เช่นเดิมแล้ว Trombone ก็เป็นเครื่อง Bb ตอนนี้ เขาเปลี่ยนมาให้จำ position ใหม่ แล้วเอาอิงกับเปียโนเสียรู้แล้วรู้รอดไป สังเกตุได้ว่าเครื่อง Trombone จะชอบการเล่นคีย์แฟลต เช่น Bb Eb มากกว่าเล่นคีย์ C ฮ่ะ ๆ หากเขาสร้าง Trumpet หรือ Trombone ให้เล็กลงนิดหนึ่งกลายมาเป็นเครื่อง C แล้วล่ะก็สีสันของมัน ก็จะไม่นุ่มนวลเท่าเดิม คือเสียงก็จะบางลง ไม่ทุ้มนุ่มเหมือนเดิมนั่นเอง ดังนั้นอุบายแรกที่จะทำให้หลากหลายสีสันเครื่องดนตรี มาเล่นด้วยกัน หลายเครื่องก็ต้องอ่านโน้ตคีย์ไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติ คนปวดหัวก็จะกลายเป็นคนเรียงเรียงเสียงประสาน และคอนดัคเตอร์มากกว่า ซึ่ง แน่นอนหากเราเรียนรู้ที่จะ master วิชาการอ่านโน้ตได้อย่างดีนี้ ก็ไม่มีอะไรจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราอีกต่อไปนั่นเอง

หากจะว่ากันให้ลึก ๆนะ Bassoon ก็คือเครื่อง F เหมือนกับปี่ Cor Anglais (English Horn)(เขา set ให้ Bassoon เป็นเครื่อง C แล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ นานแล้วจนจำไม่ได้)หากใครเคยเล่น Oboe แล้วไปเล่น Bassoon แล้วลองอ่านโน้ตดูจะเข้าใจได้ แล้วยิ่งหาก ยิ่งคนเล่นโอโบคนนั้นเล่น Recorder ทั้ง Soprano และ Alto ด้วยแล้ว ยิ่งจะเข้าใจมากขึ้น เพราะว่า Alto recorder เป็นเครื่อง Key F ซึ่งโดนบังคับให้ Transpose นิ้วในการเล่น(หากเรียนแบบ Classic) คือนิ้วของเครื่องAlto Recorder จะเล่นโน้ตตัว C จะต้องกดตัว G (คิดตามแบบของ soprano finger) ฮ่ะ ๆ หากงง ตอนต่อไปจะมาอธิบายครับ

มาดูสกอร์เล็ก ๆง่าย ๆ หากเขาจะเขียน Trumpet Bb เล่นไปกับ Trombone(เครื่อง C) และ Tuba(เครื่อง C ) จะเห็นว่าคีย์ของ Trumpet จะทำไว้สูงกว่า 1 คีย์ คือเป็นคีย์ D major แล้วจะได้คีย์เสียงเหมือนกันเดียะเลย พอลูกศิษย์งง ผมก็เลยอธิบายเพิ่มเติมว่า เอางี้ เมื่อ Trumpet เห็น middle C แล้วเป่าเป็นเสียง Bb (ต่ำลงมา 1 เสียงเต็ม)หากเราต้องการให้เขาได้เสียง C ตามเปียโน ก็ต้องทดสูงขึ้นไปอีกโน้ต(หนึ่งเสียงเต็ม)ไงล่ะ เหมือนเพื่อนคนหนึ่งชอบมา late กว่าเวลานัด 1 ชั่วโมงเสมอ เราอยากให้เขามาตรงเวลา เราก็นัดมันก่อนเวลาคนอื่น 1 ชั่วโมงไงล่ะ



หวังว่าจะเข้าใจได้ไม่มากก็น้อย ถึงประโยชน์ของการเรียนการ sight singing แบบ Move Do ไม่ได้แค่ความรู้การอ่านโน้ตปากเปล่า อย่างเดียว แต่สามารถประยุกต์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะโยงไปถึงคุณสมบัติสำคัญของนักดนตรีที่ควรมี หัวหน้าวง ผู้ควบคุมวงดนตรี โปรดติดตาม ตอนต่อไปนะครับ หากมีใครสนใจอยากจะให้ต่อไปอย่างรวดเร็ว ส่งเมล์มาที่ dukeudom@yahoo.com ว่าสนใจเรื่องนี้อยากให้สอนต่อเร็ว ๆ เพราะหากไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องนี้ ผมก็คงจะกลับมาเขียนตามอารมณ์ตามที่เคยเป็นนั่นล่ะครับ ด้วยความปราถนาดีจากอ.สำเภา


  ไปหน้าพิเศษ ทำสำหรับสอนเด็กนักเรียนโรงเรียนโรสแมรี click เป็น flash โน้ตนะครับ ประมาณ 600 กว่า K รอก่อนเล่นนะครับ
ไปดูการอ่าน sight sining แบบเปลี่ยนคีย์ จากหน้าของศิลปากร มีเสียงประกอบคำอธิบายด้วย click
มีหน้าใหม่ สำหรับการอ่านจังหวะโดยเฉพาะ หัดเริ่มแรกที่ sixteen note ครับ คลิกที่เลข 3