"Almost Smile" เกือบยิ้มวันละนิด โดย สำเภา

(มี link update ด้านล่างก่อนเรื่องเก่านะครับ อย่าลืม click อ่าน)(กระโดดไปเรื่องเก่า คลิก)

click การ์ตูนหลวงพี่
อะไรกันวะ? ฮาก็แล้วกัน อ่านเหอะ
สุดยอดตำรวจไทย
เจ้าหอยทากจอบอดทน
show off funnytoon01
VDO candic
my friend

 

the blond
The Piano Ball Man
Funny 1 VDO
Funny Situations





วิ่ง(การ์ตูนตลก)click Super dog (flash multimedia file) click


เจ้ารถจอมยุ่ง สงครามจิตวิทยา ความตายอันน่าพิศวง vdoเมื่อมองเข้าไปในกระจก

....... เพื่อ เธอ .... สุดที่รัก ....
สมชาย ....... ต้องการเอาใจแกมกระเซ้าสมศรีภรรยา ..
... ด้วยการซื้อเค้กวันเกิดครบรอบปีที่ 5 5
เมื่อไปถึงร้านขนมเค้กชื่อดัง ... เขา
ก็สั่งให้จัดเค้กขนาดสามปอนด์
พร้อมให้เขียนคำอวยพรลงบนหน้าเค้ก
... สมชาย : ช่วยเขียนคำว่า " เธอแก่แล้วนะ"
... และคำว่า " แต่ก็วิเศษมาก"
พนักงานขาย : พี่จะให้จัดตัวเขียนยังไงคะ
สมชาย : ช่วยวางคำว่า " เธอแก่แล้วนะ " ตรงข้างบน
ส่วนคำว่า " แต่ก็วิเศษมาก " ไว้ตรงข้างล่าง
.... เมื่อถึงวันเกิดของภรรยาสุดที่รัก
สมชายก็จัดการเอาขนมเค้กที่เตรียมไว้ส่งให้ทันที
เมื่อสมศรีเปิดกล่องเค้ก
ท่ามกลางบรรดาแขกไฮโซฯ .... ไฮซ้อ ....
ที่มางานทั้งหลายก็เกิดอาการหน้าแดงก่ำ
ด้วยความโกรธระคนความอาย
. ทำให้สมชายเกิดความงงเป็นอันมาก
จึงได้มองดูที่เค้กซึ่งมีคำอวยพร
ของตนเขียนไว้ว่า
@@ " เธอแก่แล้วนะ ตรงข้างบน"
" แต่ก็วิเศษมาก ตรงข้างล่าง " @@(คุณ นุช ส่งมาให้)

การใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เรื่อง: สำหรับการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน รายการเจาะกาย...สัมภาษณ์เสี่ย แป๋งและภรรยา ว่ามีเทคนิคอย่างไร จึงใช้ชีวิตคู่กันอย่างชื่นมื่นยาวนาน ต้อการให้คนรุ่นใหม่นำไปเป็นตัวอย่าง ชีวิตคู่จะได้มีความสุขและยั่งยืน ภรรยาเสี่ยแป๋ง บอก อ๋อ ไม่มีอะไรมากหรอค่ะ ตอนที่แต่งงานกับพี่แป๋งใหม่ ๆ พี่เขาพาไปฮันนีมูนบนเขา ขนเอาสัมภาระบรรทุกบนหลังม้าขึ้นไป ขณะเดินทางม้าเกิดพยศ ไม่ยอมเดินต่อ พี่แป๋งเอามือลูบหัวแล้วพูดกับม้าว่า "ครั้งที่ 1". ม้าจึงยอมเดินต่อ ขึ้นไปได้ครึ่งทาง ม้าเกิดพยศอีก พี่แป๋งเอามือลูบหัว แล้วพูดว่า ครั้งที่ 2 ม้าเลิกพยศและเดินต่อ เมื่อใกล้ถึงยอดเขา ม้าเกิดพยศอีก คราวนี้พี่แป๋ง ไม่พูดอะไรเลยสักคำ ค่อย ๆเดินเอามือไปลูบหัว แล้วหยิบปืนในกระเป๋า ยิงเปรี้ยงเข้ากลางแสกหน้า ม้าตายสนิทคาที่ หลังจากฮันนีมูนวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตคู่ของเราก็มีแต่ความสุขราบรื่น มีบางครั้งที่ดิฉันโกรธ โมโหไม่พอใจ บ่น พูดจาว่ากล่าวรุนแรงไปบ้าง พี่แป๋งก็เป็นฝ่ายยอม เป็นผู้ชายที่ใจดีมาก ไม่โกรธ ไม่มีโมโห มีเมตตา แค่เดินมาลูบหัวดิฉัน แล้วกระซิบข้างหูว่า "ครั้งที่ 1 " หลังจากนั้นดิฉันก็ไม่ขัดใจเขาเลย(จาก ดี ดี จัง เวป)

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคู่แต่งงานใหม่หวานแหววที่เพิ่งผ่านพิธีมาได้สองอาทิตย์ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันแต่ฝ่ายสามี อดรนทนไม่ได้ที่จะนัดเหล่าสหายหาญทั้งหลาย เพื่อไปสังสรรค์ด้วยกันในตัวเมือง สามีจึงเอ่ยกับภรรยาใหม่ว่า "ที่รักจ๋า ผมไปข้างนอกสักครู่นะ เดี๋ยวกลับมาจ๊ะ" ภรรยาถามสามีว่า "สุดที่รัก จะออกไปไหนเหรอคะ" "คนสวยของผม ขอผมไปที่บาร์หน่อยนะ ไปดื่มเบียร์สักแก้วสองแก้ว เสร็จแล้วก็กลับจ๊ะ" สามีส่งเสียงอ้อนวอน ภรรยา "ที่รักอยากได้เบียร์ทำไมไม่บอกล่ะคะ" ว่าแล้วก็เปิดประตูตู้เย็นค้างไว้ให้สามีเห็นว่าเธอได้เตรียมเบียร์ไว้ให้มากกว่า 25 ชนิด จาก 12 ประเทศ : เยอรมัน ฮฮลแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย และอื่นๆ สามีได้ยินดังนั้น ก็อึ้งไป ก่อนจะเอ่ยกับภรรยาว่า "เยอะจังเลย ที่รักน่ารักที่สุดในโลกเลย รู้มั๊ย....แต่ว่า...ที่บาร์เค้ามีแก้วแช่แข็งด้วยนะ.." ก่อนที่สามีจะพูดจบประโยค ภรรยาก็ได้ขัดจังหวะสามี "โถ น่าเอ็นดูจริง อยากได้แก้วแช่แข็งก็ไม่บอก นี่คะ ชั้นเตรียมไว้แล้ว" ภรรยาพูดพลางหยิบแก้วที่แช่แข็งออกมาจากตู้เย็น แก้วเย็นมากขนาดที่เธอรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที ฝ่ายสามีเริ่มหน้าซีด ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า "ที่รักจ๋า ที่บาร์มีออร์เดิร์ฟอร่อยๆ ให้เลือกเยอะเลย ผมคงไปไม่นานหรอกเสร็จแล้วจะรีบกลับทันทีเลย ดีมั๊ยจ๊ะ" "แหม อยากได้ออร์เดิร์ฟก็ไม่บอกกันแต่แรก ชั้นเตรียมไว้ให้คุณแล้วค่ะ" ภรรยาเดินไปเปิดเตาอบและนำ ออร์เดิร์ฟ 5อย่างออกมาวางตรงหน้าสามี อันได้แก่ ปีกไก่ หมูห่อผัก เห็ดยัดไส้ และหมูแดดเดียว สามีพยายามอ้อนวอนภรรยาต่อไป "แต่ว่า ที่บาร์มีอย่างอื่นนะ อย่างเวลาคุยกันกับเพื่อนๆ ที่นั่น ใช้คำไม่สุภาพหรือคำหยาบบ้าง มันก็ได้บรรยากาศดีนะคนดี" "อ๋อ อยากได้บรรยากาศก็ไม่บอกแต่แรก ฟังให้ดีนะ ไอ้ควาย เอาเบียร์ในแก้วแช่แข็งห่าเหวไรเนี่ยกระแทกปากแกซะ แล้วก็แดกๆ ไปซะไอ้ออร์เดิร์ฟเ?ยนี่ แล้วก็จำไว้ ว่าคืนนี้... มึงต้อง ไม่ ไป ไหน เป็น อัน ขาด ...เข้าใจมั๊ย ไอ้หัวขี้เลื่อย!!!"

 
ตลกดี ฮ่า ฮ่า...

 

เพื่อนของดิฉันชื่อดารินไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เห็นแม่กับลูกสาวตัวเล็ก ๆสามคนกับลูกอ่อนหนึ่งคน ความอดทนของแม่เริ่มน้อยลงทันที เพราะลูก ๆผลัดกันเรียกแม่ไม่ขาดปาก ในที่สุด เธอก็เอ็ดว่า "เงียบ อย่าให้ได้ยินคำว่า แม่ สักห้านาทีได้ไหม" ไม่กี่อึดใจต่อมา เด็กหญิงคนหนึ่ง ก็กระตุกชายกระโปรงแม่แล้วพูดว่า "คุณป้าขา" (Reader Digest:Mariel Raechal:USA)

เจนนิเฟอร์วัยห้าขวบบรรจงเขียนชื่อลงในบัตรอวยพร เพื่อแนบไปกับของขวัญเนื่องในโอกาสวันแม่ พอเริ่มเขียนนามสกุล พ่อก็บอกว่า "แม่รู้จักนามสกุลของหนูอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ก็ได้" หนูน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงลบนามสกุล จากนั้นก็ลบชื่อตัวเองออกไปด้วย "แม่รู้ด้วยว่าหนูชื่อเจนนิเฟอร์" เธอพูดอย่างมีเหตุผล (Reader Digest: Ambrose H. Peddle : Cannada)

ดิฉันพยายามงีบหลับตอนกลางวันเพราะกลางคืนต้องกล่อมลูกอยู่จนดึกก่อนจะรีบไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล เย็นวันหนึ่ง ลูกสาววัยห้าขวบร้อง โวยวายจะฟังนิทานให้ได้ ในที่สุดดิฉันก็หมดความอดทน ตวาดไปว่า "สเตฟานี แม่นอนไม่หลับแต่ต้องพักเอาแรงก่อนไปเข้าเวร เข้าใจไหม" เงียบไปสักพัก ลูกก็แนะเสียงอ่อย ๆว่า "ลองอ่านหนังสือดูสิคะ" (Reader Digest: Patti Goodwin : Canada)

 


การ์ตูนตลกเมื่อหนูโตขึ้น คลิก

โปรแกรมหนังสนุก ๆ มีมาให้ดูกันครับ m1 m5 m6 m7 m8 m11 m12 m18 m20 m22 m25 ส่งมาจากน้องปลาครับ ขอให้ผ่านโปร เป็นแอร์ของแจแปนแอร์ไลน์ได้นะครับ อดทน ๆ



Midori เล่น Elgar: Salut d' amour, Op.12

 

 

ล่าสุดครับ Funny Toons01

link ไป text file เรื่องตลกจากพิมลรัตน์ click *************************************************

ไฟล์จากพิมลรัตน์อีก ขำดีครับ เป็นไฟล์ Excel click (click ด้วยเม้าส์ข้างขวา แล้ว click Save target as)

รูปมีข้อคิดดี ๆ ฝากจากนกสรศักดิ์ครับ click

 

Old Stories

Book Mark ไปเรื่องเก่า 1. catcher the dog 2. Helicoptor and Microsoft 3. เด็กซ่อมคอมฯ 4 จินตนาการผู้หญิง 5 ล่านกเป็ดน้ำ 6 ลูกกอล์ฟวิเศษ 7 ยาคุมกำเนิดกับคุณยาย 8 เมื่อตอนผมอายุเท่าคุณ 9 เป็นชู้ทางมือถือ 10 ของขวัญ 11 ซามูไร 12 คนที่ฉลาดที่สุด 13 ไปสวรรค์ 14 คนขายเฟอร์นิเจอร์ 15 ไชนิสจิวส์ 16 เกี่ยวกับหนังสือ 17 ช่วยผมด้วยหมอ 18 ช่างตัดผมกับโป๊ป 19 รองเท้าและการผูกเชือก (อ่านเรื่องแล้วคลิก Back ที่ Browser แล้วกลับมาที่นี่นะครับ)

ขณะนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านชนบทในแคนนาดา ก็เห็นชายชราคนหนึ่งผ่าฟืนกองท่วมหัวอยู่นอกกระท่อม เมื่อเข้าไปถามว่าจะเอาฟืนไปทำอะไรมากมาย แกก็ตอบว่า "พวกอินเดียนแดงบนเขาส่งสัญญาณควันบอกว่าปีนี้อากาศจะหนาวสาหัส" เมื่อปีนขึ้นไปบนยอดเขา นักท่องเที่ยวก็พบอินเดียนแดง จึงถามให้หายข้องใจว่า "ท่านรู้ได้อย่างไรว่าปีนี้อากาศจะหนาวกว่าปกติ" "ก็เจ้าคนขาวที่เชิงเขานะสิ" อินเดียนแดงตอบ "มันลุกขึ้นผ่าฟืนเตรียมไว้เต็มที่"(Reader Digest: Roy Calvert : England)

มหาวิทยาลัยห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างมีการบรรยาย พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษรุนแรง วันหนึ่ง ขณะผู้ช่วยคณะบดีกำลังบรรยายอยู่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น นักศึกษามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใครบังอาจท้าทายกฎเหล็กของมหาวิทยาลัย ปรากฏว่าเจ้าของโทรศํพท์ไม่ใช่ใครที่ไหน ผู้ช่วยคณบดีนั่นเอง (รีดเดอร์ไดเจสท์ :Nomann Yunus: ปากีสถาน)

ภรรยาบอกสามีที่สนามบินว่า "ฉันรู้ว่าเราตกเครื่อบินแต่ไม่กี่วินาที แต่ถ้าคุณไม่เร่งฉันจนหายใจแทบไม่ทัน เราก็คงมาช้าหน่อยและไม่ต้องรอเที่ยวต่อไปนานขนาดนี้" (รีดเดอร์ไดเจสท์ : Claudionor A. Ritondale : Brazil)

ครั้งหนึ่ง ครอบครัวดิฉันขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด ขณะเดินทางเกิดพายุฝนตกหนัก พ่อจึงแวะเข้าปั้มข้างทางเพื่อเติมน้ำมันและหลบฝน ส่วนฉันกับน้องเข้าไปซื้อของที่ร้านมินิมาร์ทในปั้ม ระหว่างนั้นเด็กปั้มซึ่งวิ่งไปบอกเจ้าของปั้มซึ่งนั่งอยู่ในร้านว่า "เถ้าแก่ครับ พายุพัดรางน้ำฝนบนหลังคาตกลงมาใส่รถครับ" "เอ๊ะ ก็ไปบอกเจ้าของรถสิว่าพายุมันพัดตกลงมา ไม่ใช่ความผิดของเรา อย่างนี้เราไม่รับผิดชอบนะ" เจ้าของปั้มโวยวาย เด็กปั้มมองหน้าเถ้าแก่แล้วบอกว่า "ก็รถของเถ้าแก่นั่นแหละครับ" (รีดเดอร์ไดเจสต์ ปาริชาติ สิทธิเดชะ : Bangkok)

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ยังหนุ่ม แคชเชอร์ สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ของเรา ชอบออกไปเดินเที่ยวไกล ๆเป็นประจำ บางครั้งไปถึงคลีนิคสัตวแพทย์ ประจำครอบครัว ซึ่งห่างออกไปเกือบสองกิโลเมตร พนักงานในคลีนิครู้จักมันดีและจะโทรมาบอกให้ดิฉันไปรับมันกลับบ้านเสมอ วันหนึ่งดิฉันโทรไปนัดหมอ เพื่อฉีดวัคซีนประจำปีให้แคชเชอร์ "คุณจะพามันมา" พนักงานถาม "หรือให้มันเดินมาเองคะ"

ขณะเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งมุ่งหน้าสู่ซีแอตเทิล ระบบไฟฟ้าเกิดลัดวงจรส่งผลให้อุปกรณ์นำทางและเครื่องมือสื่สารใช้การไม่ได้ ทัศนวิสัยที่มืดครึ้ม ทำให้นักบินคลกหาทิศทางไม่ถูก เขามองเห็นเพียงอาคารสูงหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จึงนำเครื่องเข้าไปใกล้ตัวอาคาร จากนั้นก็เขียนป้ายยักษ์ถาม ว่า "ตอนนี้ ผมอยู่ที่ไหน" แล้วติดไว้ที่หน้าต่างตัวเครื่อง ผู้คนในอาคารกุลีกุจอเขียนตอบอย่างรวดเร็วบนป้ายใหญ่ใจความว่า "คุณอยู่ในเฮลิคอปเตอร์" นักบินยิ้มรับ สองสามนาทีต่อมาเขาก็สามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบิน ทันที่ที่เขาแตะพื้น นักบินผู้ช่วยก็ถามเขาว่า ป้ายที่คนในอาคารเขียนตอบช่วยให้เขารู้ตำแหน่งและทิศทางได้อย่างไร "ผมรู้ว่าที่นั่นต้องเป็นตึกของบริษัทไมโครซอฟแน่นอน" นักบินตอบ "เพราะพนักงานในบริษัทคอมพิวเตอร์ไหน ๆก็มีพฤติกรรมเหมือนกันหมด คือให้คำตอบที่ถูกต้องในแง่เทคนิค แต่ใช้ไม่ได้ในแง่การใช้งาน" (รีดเดอร์ไดเจสต์ เดือนกันยายน 2543 : Linda A. Tozer USA.)

ดิฉันเป็นพนักงานในศูนย์รับเลี้ยงเด็ก วันหนึ่งมีเด็กชายวิ่งมาอวดด้วยความตื่นเต้นว่าเพิ่งซ่อมคอมพิวเตอร์เสร็จ ดิฉันงงว่าทำได้อย่างไร จึงบอกให้พาไปดู เขารีบจูงมือดิฉันไปดูผลงาน "นี่ไงผมซ่อมคีย์บอร์ดเสร็จแล้วเห็นไหม" พอก้มลงดูก็เห็นว่าแกแกะปุ่มคีย์บอร์ดออกมาทั้งหมด แล้วเรียงกลับเข้าไปใหม่ตามลำดับอักษร (รีดเดอร์ไดเจสต์ เดือนกันยายน 2543 : Rhonda Goffinet, usa.)

ถามใคร ๆผู้ชายคนไหนก็ได้ เขาจะบอกว่าจินตนาการของผู้หญิงแบบสุดขั้ว ก็คือการมีผู้ชายสองคนไว้ในครอบครอง และในระหว่างการศึกษาสังคมศาสตร์ สถิติ ได้ข้อสรุปการประเมินว่า จริง ๆแล้วผู้ชายไม่ทราบว่า ผู้หญิงต้องการผู้ชายสองคนเอาไว้คือ คนที่ 1. เพื่อทำกับข้าว คนที่2. เพื่อทำความสะอาดบ้าน

ในยุคก่อนของชนชั้นผู้ดีอังกฤษ จะมีการล่านกเป็ดน้ำและมักจะมีสุนัขนำทางไปด้วย ชายผู้ดีคนหนึ่งเกิดไล่ตามเจ้าเป็ดน้ำจอมฉลาดออกนอก เขตแดนที่ควรจะล่าไปในเขตชาวบ้าน ในที่สุดก็สามารถล่าเจ้าเป็ดจอมซ่าตัวนั้นได้ ขณะที่กำลังเดินไปหยิบ "ทำอะไรน่ะ" หันไปมองเป็นชายชรา ชาวบ้านกำลังร้องทัก "ก็เก็บเป็ดกลับน่ะสิ" "ทำได้ยังไง นี่มันนอกเขตการล่านะ นี่มันบ้านผม" "อ้าว แล้วจะให้ทำไงล่ะ" ชายชราครุ่นคิดแล้วบอก "เอาล่ะ หากอยากได้เป็ดจริงล่ะก็ ต้องมีการดวล ไหน ๆก็มาเข้าเขตแดนผมแล้ว" ชายผู้ดีกรุ้มกริ่ม "ดีเหมือนกัน ดวลกันแบบลูกผู้ชาย เอ้า จะดวลอะไรว่ามาเลย" พลางมองสภาพความแก่ของชายคนนั้น นึกในใจแก่ป่านนี้แล้วจะทำอะไรไหวนะ "ผมว่าดวลเตะผ่าหมากดีกว่า" "เอางั้นเรอะ ก็ได้" "ผมเริ่มก่อนแล้วกัน" ชายชรากล่าวทำท่ายักแย่ยักยันเดินออกไปห่างแล้ววิ่งเข้ามาเตะ ชายผู้ดีนึกไม่ถึงว่ามันจะแรงขนาดนี้ ทำเอาหน้าเขียวหน้าแดงสลับกันไปมา นึกในใจว่าเดี๋ยวตาฉันบ้างล่ะก็เสร็จแน่ ๆ เป็ดต้องเป็นของฉันและได้แก้แค้นด้วย ทำท่าจะลุกขึ้นมาอย่าง ยากลำบาก พยายามพักสักแป๊บคงเดินได้ไหวแต่แล้วก็ได้ยินเสียงตาแก่พูด "เป็ดน่ะ อยากได้นักเรอะ ฮ่ะ ๆ เอาไปเหอะ" ว่าแล้วแกก็เดินแจ้นเข้าป่าไป

ชายสองคนเดินเข้าไปในสนามกอล์ฟ คนหนึ่งเอ่ยปาก "เฮ้ย เพื่อนลองลูกกอลฟ์ลูกนี้หน่อยไหม" เขาหยิบเอาลูกกอล์ฟสีเขียวออกมาจากถุง "แกไม่มีวันทำมันหายหรอก" "หมายความว่าไง จะไม่ทำมันหายหรอก" "ก็งี้ไง ตีเข้าไปในป่ามันมีเสียงปี๊ป ๆ ตีไปตกน้ำมันเกิดฟองเต็มไปหมด หากตีไปบนแฟร์เวย์ ก็จะมีควันให้เราหาเจอ" แต่ถึงอย่างไรเพื่อนก็ไม่ค่อยเชื่อ "เออ มหัศจรรย์ว่ะ แล้วแกไปซื้อที่ไหนมาล่ะ" เพื่อนคนนั้นตอบ "อ๋อ เก็บได้ว่ะ"

หญิงชราคนหนึ่งเดินไปหาหมอแล้วก็เอ่ยปากขอยาคุมกำเนิด คุณหมอนิ่งอึ้งอ่านอายุแล้วก็ตอบว่า "อายุ 72 แล้ว ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้แล้วครับ" หมอตอบตรงไปตรงมา หญิงชราตอบ "มันทำให้ฉันนอนหลับสบายค่ะ" หมอก็งง "ทำไมยาคุมถึงทำให้คุณยายหลับได้ล่ะครับ แปลกมากครับ" คุณยายตอบตรงไปตรงมา "ทุกเช้า ฉันจะแอบเอาใส่ลงใปในน้ำส้มคั้นหลานสาวฉันค่ะ แล้วตอนกลางคืนฉันก็จะนอนตาหลับได้อย่างสบายใจค่ะ"

บ่ายวันหนึ่ง นักกอล์ฟผู้หลงใหลในกีฬาประเภทนี้ตั้งใจออกรอบทั้ง ๆที่มีเวลาแค่สองถึงสามชั่วโมง แต่เขาคิดว่าถ้าเล่นให้เร็วหน่อย ก็อาจตีได้ 9 หลุมก่อนถึงเวลากลับบ้าน ขณะจะเริ่มเล่นชายสูงวัยคนหนึ่งเข้ามาขอร่วมก้วนด้วย เพราะมาคนเดียวเหมือนกัน ทั้งสองตีมาถึงหลุมที่เก้า ชายหนุ่มต้องตีลูกที่ยากมาก เพราะมีต้นสนใหญ่ขวางทางลูกกอล์ฟอยู่ทำให้เขาต้องคิดหนัก ชายสูงอายุกล่าวขึ้นมาลอย ๆว่า "สมัยผมอายุเท่าคุณ ผมตีข้ามต้นสนไปเลย" ประหนึ่งเป็นคำท้าทาย ชายหนุ่มตัดสินใจหวดลูกกะให้ข้ามต้นสนใหญ่ แต่ลูกกอล์ฟไปชนยอดสนตกลงมาไม่ห่างจากจุด ที่ตีเท่าไร แล้วเขาก็ได้ยินชายชราพูดต่อว่า "สมัยผมอาอยุเท่าคุณ ต้นสนต้นนี้สูงแค่เมตรเดียว"(จากรีดเดอร์ไดเจสต์ ม.ค. 2544)

จับได้ว่าแฟนมีชู้ เพราะมือถือตัวเก่ง
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันเอามือถือตัวเก่งโทรไปหาแฟนตอนประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 25ที่ผ่านค่ะ
เพื่อหวังว่าจะได้ยินเสียงของเขาให้ชื่นใจตามประสาคนรักกัน
แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ดิฉันหวัง
เมื่อโทรไปแล้วมีผู้หญิงที่ไหนไม่ทราบมารับแทนผู้ชายคนที่ฉันคิดจะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเขา
ดิฉันตกใจมาก
พยายามเก็บความรู้สึกอย่างที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ในเวลานั้น
ดิฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะมันจุกค่ะ มันจุกอยู่ที่ท้อง
หัวใจดิฉันเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่มือและเท้ากลับเย็นชา ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ ทั้งสิ้น มันพูดไม่ออกเลย
น้ำตาดิฉันไหลพล่า
เวลานั้นถึงแม้มันจะสั้นแต่มันแทบทำให้ใจของผู้หญิงอย่างดิฉันสลายไปเลยทีเดียว
ตัวดิฉันทรุดลงไปนอนกับพื้น พร้อมมือที่ยังกำโทรศัพท์แน่นไว้ข้างหู
โดยเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่ยังคงพูดอย่างไม่แคร์ความรู้สึกดิฉันเลยแม้แต่น้อยด้วยประโยคที่ว่า

ขอโทษคะไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ขณะนี้(from Deedeejang)

 

ลูกสาวดิฉันกลับมาฉลองวันเกิดอายุครบ 17 ปีไม่ได้ เพราะมีปัญหาระหว่างการเดินทาง พอได้ยินเสียงลูกทางโทรศัพท์ ก็รู้ทันทีว่าแกหัวเสียอย่าง หนัก "ฟังนะเรื่องที่แม่จะบอกอาจจะทำให้ลูกอารมณ์ดีขึ้นบ้างก็ได้" ดิฉันปลอบ "พ่อกับแม่กำลังนั่งมองของขวัญที่เตรียมไว้ให้ลูก" "แม่ขา" เธอร้องอย่างตื่นเต้น "บอกหนูสิคะว่า พ่อกับแม่กำลังนั่งอยู่กลางถนนทางเข้าบ้าน"(Julie Evans: USA.)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นกำลังควานหาอัศวินซามูไรมีฝีมือรอบโลกเพื่อมาประจำการเป็นอัศวินคู่ใจ หนึ่งปีผ่านไปมีแค่ สามคนเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก มาจาก ญี่ปุ่น จีน และคนยิว จักรพรรดิ์ถามชาวญี่ปุ่นว่า ทำไมถึงคิดว่าตัวเอง สมควรได้รับตำแหน่งนี้ ซามูไรชาวญี่ปุ่นเปิดกล่องไม้ขีด เจ้าผึ้งตัวน้อยบินออกมา ซวบ! ซามูไรญี่ปุ่นฟันมันขาดสองท่อนฉับพลัน อืม จักรพรรดิ์ครางด้วยความพอใจ "น่าประทับใจมาก"เอ้า เจ้าคนจีนมีอะไรดีแสดงหรือเปล่าว่าเจ้าน่ะดีกว่าซามูไรจีนไม่พูดพล่ามทำเพลงเหมือนกัน เปิดกล่องไม้ขีดออก เจ้าผึ้งตัวน้อยขนาดพอกันบินออกมา ซวบ ๆๆ เจ้าผึ้งตัวน้อยกลายเป็นสี่ท่อนทันตาเห็นโอ้โฮ จักรพรรดิ์ประทับใจมาก ตาพองวาว "ยอดเยี่ยม" จักรพรรดิ์หันไปทางล่ามให้ถามเจ้าคนซามูไรยิวว่า มีอะไรจะแสดงว่าดีกว่าสองคนนี้หรือเปล่า เจ้าซามูไรยิวพยักหน้าพลางเปิดกล่องไม้ขีด เหมือนกัน ผึ้งบินออกมา ซามูไรฟันซวบปรากฎว่า ผึ้งยังบินได้และมีชีวิตอยู่ เจ้านี่เหิมเกริมมาแข่งตำแหน่งนี้มากเลยนะ แล้วทำไมเจ้าผึ้งยัง มีชีวิตอยู่ละ เห็นฟันตั้งทีนึงคนอื่นเขาจัดการฆ่าไปนานแล้ว ซามูไรยิวยิ้มเล็กน้อยบอกผ่านล่าม ล่ามมากระซิบว่า "การขลิบน่ะไม่ได้หมายความว่าต้องปลิดชีพด้วยนะพระองค์"

เมื่อนักบินอวกาศนิล อาร์มสตรอง ย่างเท้าลงเหยียบดวงจันทร์ มนุษย์โลกพระจันทร์สองคนซึ่งมีเสาอากาศติดอยู่ที่ศีรษะก็ออกมาทักทาย "มาถึงแล้วเหรอ" อาร์มสตรองถามกลับด้วยความประหลาดใจ "พวกคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมจะมา" "คุณเห็นเสาอากาศนี่ไหม เรารู้ทุกอย่างล่วงหน้าเสมอ" นิลตอบ "ตลกนะ เพราะที่โลกของผม ถ้ามีเขางอกบนหัวแบบนั้น เขาจะเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องทั้งหมด"

"ถ้าฉันขายบ้านขายรถ เปิดท้ายขายของแล้วเอาเงินไปทำบุญ ฉันจะไปสวรรค์ไหม"คุณครูสอนชั่วโมงพุทธศาสนาถามเด็ก ๆในห้อง เด็กทั้งหมด ตอบ "ไม่" เสียงดัง ต่อจากนั้นครูถามต่อ "ถ้าฉันทำความสะอาดวัดวาอาราม ทุกอย่างสวยงามสะอาด ทำให้คนอยากมาวัดมากขึ้น ฉันจะไปสวรรค์ไหม" อีกครั้งเด็กน้อยในห้องทั้งหมดตอบ "ไม่" ครูอึ้งแล้วเริ่มถามต่อ ถ้าฉันใจดีต่อสัตว์ทั้งหลาย ให้ขนมแก่เด็ก ๆทุกคนที่เจอ มันจะทำให้ฉันไปสวรรค์ไหม" เด็กตอบเหมือนเดิม "ไม่" ครูชักเหนื่อย เอาละเจ้าเด็กน้อย ใครตอบได้ยกมือแล้วกัน ว่าทำยังไงครูถึงจะไปสวรรค์ ได้ เด็กน้อยห้าขวบคนหนึ่งลุกขึ้นยืนตอบอย่างฉะฉานด้วยเสียงตะโกน "คุณครูต้องตายก่อนครับ"

นักธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไปสวีเดนเพื่อสั่งไม้มาป้อนโรงงาน คืนหนึ่งพอเสร็จงาน เขาไปผ่อนคลายที่บาร์ คนที่นั่งข้าง ๆเป็นสาวเจ้าถิ่นผมทอง หน้าตา สวยหยาดเยิ้ม เขาพยายามชวนคุยอยู่ครู่หนึ่งถึงได้รู้ว่าเธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ส่วนเขาก็พูดภาษาสวีเดนไม่ได้เช่นกัน จนต้องสื่อสารด้วยการ วาดภาพ เขาวาดจากแก้วเครื่องดื่มที่มีน้ำแข้งลอยหน้า เธอตกลงดังนั้นทั้งสองจึงสั่งเครื่องดื่มมาฉลองมิตรภาพ ดนตรีบรรเลงเพลงโรแมนติกมาก เขาวาดภาพผู้หญิงผู้ชายเต้นรำกัน เธอตอบตกลงอีก เขาจึงพาเธอออกไปล่องลอยอยู่บนฟลอร์ พอเพลงจบก็กลับมานั่งที่โต๊ะ สาวสวยผมทองไปคว้า ปากกามาวาดภาพบ้าง เธอวาดรูปตู้เสื้อผ้า ตามด้วยโต๊ะวางโคมไฟ และเตียงนอน พอเห็นภาพนี้ นักธุรกิจก็อุทานว่า "เก่งจังเลย คุณรู้ได้ยังไงว่า ผมทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์"

แถมภาษาอังกฤษ 1 เรื่องครับ Sid and Al were sitting in a Chinese restaurant. "Sid," asked Al, "Are there any Jews in China?" "I don't know," Sid replied. "Why don't we ask the waiter?":::::When the waiter came by, Al said, "Are there any Chinese Jews?" "I don't know sir, let me ask," the waiter replied and he went into the kitchen.:::::::: :He quickly returned and said, "No, sir. No Chinese Jews.""Are you sure?" Al asked.
"I will check again, sir." the waiter replied and went back to the kitchen.:::::::: While he was still gone, Sid said, "I cannot believe there are no Jews in China. Our people are scattered everywhere."When the waiter returned he said, "Sir, no Chinese Jews.""Are you really sure?" Al asked again. "I cannot believe there are no Chinese Jews." "Sir, I ask everyone," the waiter replied exasperated. "We have orange jews, prune jews, tomato jews and grape jews, but no one ever hear of Chinese jews!"(คำอธิบาย)

ผู้หญิงสองคนคุยกันเรื่องหนังสือ คนแรกบอกว่าฉันชอบหนังสือประเภทที่เราไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร อาจจบอย่างสวยงามหรือพบกับ ความผิดหวังก็ได้ เพื่อนถาม"เช่นอะไรละ"คนแรกตอบ "ตำราทำกับข้าวไง"

 

เรื่องนี้มาจากช่วง "หัวเราะคือยาวิเศษ" เรื่องมีอยู่ว่าคนไข้บอกหมอว่า "หมอครับหมอต้องช่วยผมให้ได้นะครับ ผมฝันร้ายมาหลายคืนติด ๆกันแล้ว พอเคลิ้มหลับจะฝันเห็นหญิงสาวห้าคน เข้ามาปลุกปล้ำและถอดเสื้อผ้าผม แต่ผมผลักสาว ๆพวกนั้นออกไปทุกที" "แล้วจะให้หมอช่วยยังไงล่ะ" หมอถาม คนไข้ตอบอย่างฉะฉาน "ช่วยมัดมือผมไว้ที"

 

เรื่องมาจากหนังสือ reader digest นานมากแล้วผมอ่านตอนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นและก็จำ ๆเอามา เรื่องมีอยู่ว่า ในเมืองเล็ก ๆเมืองหนึ่งในยุโรป เล็กมาจนร้านตัดผมมีอยู่ร้านเดียวในเมือง ช่างตัดผมเป็นคนที่รู้จักผู้ชายในเมืองนั้นทุก ๆคนโดยไม่อาจเลี่ยงได้ เขาเลยกลายเป็นแหล่งความรู้ และผู้รอบรู้ของเมืองมากที่สุด ทีวีและวิทยุยังไม่มีหลากหลายในสมัยนั้นด้วย วันหนึ่งชายคนหนึ่งมาตัดผม แล้วเล่า ให้ฟังว่าพรุ่งนี้จะเดินทางไปเฝ้าโป๊ป หรือพระสันตะปาปาแห่งโรม ช่างตัดผมหัวเราะเยอะ "จะบ้าเหรอคุณ คนธรรมดาอย่างคุณจะเข้าเฝ้า ได้เรอะ นอกเสียจากคุณเป็นเจ้าเมือง นักการเมือง ถึงจะได้" ช่างตัดผมสาธยายอีกหลายเรื่อง น้ำลายแตกฟอง จนการตัดผมสิ้นสุด จากนั้นอีกเดือน หนึ่งผ่านมา ชายคนเดิมเดินเข้ามาตัดผมในร้านอีกครั้ง ช่างตัดผมถามว่า "ได้เข้าเฝ้าโป๊บหรือเปล่า" ชายคนนั้นตอบว่า ได้สิ "เฮ้ย จริงเหรอ ทำยังไงเล่าให้ฟังหน่อย" จากนั้นชายคนนนั้นก็เล่าว่าไปเดินอยู่หน้าลานที่ประทับซึ่งมีคนเดินอยู่เต็มไปหมด หาวิธีอยู่ว่าจะเข้าพบได้ยังไงดีนะ เข้าทางประตูไหนยังไม่รู้เลย จากนั้นไม่นานก็มีทหารยามคนหนึ่งเดินเข้ามาพาไปบอกว่า โป๊ป ต้องการพบตัว นั่นล่ะวิธีที่ได้เข้าเฝ้า ง่ายยังงั้นเอง ช่างตัดผมยังไม่หายสงสัย "เฮ้ย แล้วคนตั้งเยอะ ทำไมถึงเลือกคุณล่ะ" ชายคนนั้นก็เลยเล่า นั่นสิ นั่นคือเรื่องที่ผมจะขอบคุณ คุณนี่ล่ะ คุณคือสาเหตุที่ผมได้เข้าเฝ้า "ยังไงเหรอ"ช่างตัดผมถามอย่างสงสัย ชายคนนั้นตอบ เมื่อเข้าเฝ้าครั้งแรกท่านตรัสทันที่ว่า "ขอโทษเถอะนะ ผมขอถามหน่อย ไอ้ทรงผมทรมานสายตานี่ ใครตัดให้" นั่นล่ะครับที่ผมจะมาขอบคุณ

 

 

ผมเป็นคนที่ชอบใส่รองเท้าประเภทผูกเชือกมาตั้งแต่เด็ก มีอยู่ช่วงหนึ่งขาดหายไปตอนเริ่มทำงาน ผมไม่เคยรู้สึกสังเกตถึงข้อแตกต่างในการใส่ รองเท้าแบบนี้ในสองวัยที่ต่างกันของผม จะกระทั่งวันหนึ่งผมก็เริ่มกลับมาซื้อรองเท้าประเภทผูกเชือกอีกครั้งหนึ่ง เชือกผูกร้องเท้ากับรองเท้าใหม่ นี้ค่อนข้างจะเส้นใหญ่ ผมเลือกยี่ห้อแพงเสียงด้วยสิ กะว่าจะใส่กันเป็นชาติเลยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ เหตุการณ์ซ้ำซ้อนที่คล้ายกันตอนเด็กก็คือ เชือกผูกรองเท้าชอบหลุดตอนเดิน จำได้ว่าตอนเด็ก เมื่อไรก็ตามที่เชือกหลุด รู้ก็ต่อเมื่อล้มหัวทิ่ม หรือไม่ก็เกือบ วันหนึ่งผมก็เลยเล่าให้เพื่อน ๆฟังว่า รู้แล้วล่ะว่าตอนเราโต เราไม่สะดุดเชือกผูกรองเท้าที่หลุดอีกต่อไป เพราะอะไรรู้ไหม (ต้องถามสักหน่อย จะได้ทำให้เรื่องเป็นเรื่องน่าสนใจ) เขาตอบว่า ตอนโตเรารู้ตัวเร็ว เราฉลาดกว่าตอนเด็ก เราเคยเจอตอนเด็กแล้วตอนหลุดเราเลยระวังตัว ผมได้คำตอบสารพัดสารพัน แต่คำตอบของ ผมจริง ๆก็คือตอนเด็ก ๆผอม เดินขาชิดกัน พอตอนนี้อ้วนกว่าเยอะ ตอนเดินขาถ่างกว่า ไม่ว่าเชือกหลุดยังไงก็ไม่ไปเหยียบเชือกของ อีกข้างแน่นอน คุณว่าจริงไหม? ฮ่ะ ๆ

(อธิบาย คำว่า jews จะออกเสียงคล้าย juice ที่แปลว่าน้ำผลไม้ การที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษาแบบคนจีน อาจจะเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ ว่าอะไร คืออะไรกันแน่ ( น้ำที่ออกมาจากเนื้อสัตว์เวลาเราย่างก็เรียกได้ว่าjuice) ส่วนคนไทยที่ออกเสียง juice ว่า จุ้ยส์ จะไม่เข้าใจตลกนี้ (เพราะจริง ๆ ต้องอ่านว่า (juice) จูส จึงจะใกล้เคียงหรือถูกต้อง แปลให้อ่านแล้วอาจจะยิ่งไม่ขำใหญใช่ไหมครับ แต่หากเอาไปเล่าต่อจะมันกว่าครับ)

Download powerpoint file น่าสนใจครับ นกสรศักด์ ฝากมา click ด้วยเม้าส์ข้างขวาแล้วคลิกซ้ายที่ save target as ชื่อไฟล์ว่า Good for you